[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลสันสลี ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย : ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
ค้นหา   
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
เมนูหลัก
แผน อบต.
ปฏิทินกิจกรรม


พฤศจิกายน 2561
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

ลิงค์หน่วยงาน
;

พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google
ลิงค์แนะนำ


ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 4 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
แบบสอบถาม

   แบบสำรวจความพึงพอใจการให้บริการของ อบต.สันสลี


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. พอใช้
  5. ต้องปรับปรุง



  

  หมวดหมู่ : สาระ-ความรู้-คู่มือประชาชน
เรื่อง : หวานๆ มหันตภัย น้ำอัดลม น้ำตาล
โดย : powder
เข้าชม : 599
เสาร์์ ที่ 2 เดือน เมษายน พ.ศ.2559 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

คนอ้วนยังมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบมากในเลือดทำให้เส้นเลือดหัวใจ สมองตีบเร็วกว่าอายุ แถมส่วนมากยังไปชอบอาหารไขมัน ซึ่งเมื่อรวมกับหวาน จะทำให้กลไกกำจัดสารพิษอัลไซเมอร์ในสมองบกพร่อง เกิดมีการสะสมพิษ (unbound amyloid หรือ oligomer)มากขึ้น และสภาพดื้ออินซูลิน แม้ว่าระดับจะสูงในเลือด แต่ในสมองกลับลดลง ซึ่งอินซูลินมีความสำคัญอย่างยิ่งในการคงสภาพการทำงานของสมอง ทั้งนี้...พบว่า คนอ้วนจะมีสมองหดฝ่อมากและเร็วกว่าคนไม่อ้วน
*ทราบหรือไม่ว่าน้ำตาลที่ได้รับจากเครื่องดื่มหวานๆ หรือ น้ำอัดลม 1 แก้วนั้นอาจจะสูงถึง 12 ช้อนชาต่อแก้ว

คำแนะนำสำหรับคนไทยนั้นควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แต่คนไทยผู้ชื่นชอบอาหารรสจัดมีแนวโน้มบริโภคน้ำตาลเกินกว่านี้ประมาณ 3 เท่า

แล้วเราจำเป็นต้องการงดเว้นกินน้ำตาลไปเลยหรือไม่ คำตอบ คือ ตามธรรมชาติรสหวาน หรือน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในวัตถุดิบในอาหารอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ ธัญพืชและถั่วต่างๆ หรือแม้แต่นมนั้นมักจะมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มเติมลงไปในอาหารมากมายนัก

ข้อแตกต่าง ของการกินน้ำหวานหรือน้ำตาลที่เราปรุงแต่ง เทียบกับน้ำตาลที่เราได้รับจากธรรมชาติ คือการที่เราดื่มน้ำผลไม้คั้นแยกกาก หรือ ดื่มเครื่องดื่มหวานๆ เช่น น้ำหวาน หรือ น้ำอัดลม จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการกินผลไม้ทั้งผล เนื่องจากการกินผลไม้สดนั้นจะมีส่วนของใยอาหารซึ่งจะเป็นตัวชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง บางคนอาจคิดว่า ดื่มน้ำผลไม้แทนดีกว่าน่าจะมีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วการดื่มน้ำผลไม้ 1 แก้วมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าการรับประทานผลไม้สดมาก เพราะการคั้นน้ำผลไม้ออกมาทำให้เราไม่ได้รับใยอาหาร วิตามินและเกลือแร่ก็จะสูญเสียไปในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนั้นหากขั้นตอนการเตรียมไม่ถูกหลักอนามัย เราอาจจะได้รับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการติดเชื้อในทางเดินอาหารได้

การที่เราจะลดการบริโภคน้ำตาลลงได้นั้น ง่ายที่สุด คือ ลดปริมาณ หรือ ที่ถูกคือเลิกดื่มเครื่องดื่มหวานๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้คั้นแยกกาก ชาเขียวรสน้ำผึ้ง นมรสหวาน หรือแม้แต่นมเปรี้ยว...ซึ่งมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบมากมาย เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ 1 แก้วจะให้พลังงานสูงในเวลาอันรวดเร็ว แต่ไม่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่เป็นเบาหวานก็จะควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากกว่า เราจึงควรหันมารับประทานอาหารหวานตามธรรมชาติจะดีกว่าในแง่ที่ได้ประโยชน์มากกว่าทั้งวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร แต่อย่าลืมว่าผลไม้สดทุกชนิดนั้นรับประทานแต่พอดีก็จะมีประโยชน์มาก แต่หากเรารับประทานมากเกินไป อาทิ ทุเรียน มะม่วงสุกแถมข้าวเหนียวก็จะได้สารอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไปได้ ดังนั้น ทางสายกลางดีที่สุด

ไม่กินน้ำตาลแล้วกินน้ำผึ้งแทนดีไหม รวมทั้งเครื่องดื่มหวานที่ย้ำนักหนาเวลาโฆษณาและข้างขวดว่าไขมัน 0% และไม่มีคอเลสเทอรอล แถมยังเลี่ยงว่าไม่มีน้ำตาล ซึ่งจริงๆคือไม่มีกลูโคส แต่กลับมีฟรุกโตสแทน จากการที่เรารู้ว่าดื่มน้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบมากๆส่งผลร้ายต่อสุขภาพ คนไข้จำนวนหนึ่ง...รวมถึงคนไข้เบาหวาน มักชอบมาถามเป็นประจำว่า ไม่เคยเติมน้ำตาลในเครื่องดื่มแต่ใช้น้ำผึ้งแทน หรือ ในสูตรอาหารลดน้ำหนัก...ที่มีอยู่มากมายหลายล้านสูตร มักบอกว่าการดื่มน้ำผึ้ง ซึ่งอาจจะผสมด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำส้มหมัก จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว และไม่ดื่มน้ำอัดลมแต่ดื่มแต่ชาเขียว ชาขาวที่ไม่มีกลูโคส แต่มีน้ำตาลฟรุกโตส ทำไมกลับอ้วนขึ้น และคนที่เป็นเบาหวานระดับน้ำตาลกลับแย่หนักเข้าไปอีก

“น้ำผึ้ง” มีคุณสมบัติคล้ายน้ำเชื่อมแต่มีข้อดีกว่าตรงที่มีสารอาหารอื่นๆเป็นองค์ประกอบด้วย คือ มีโปรตีนปริมาณเล็กน้อย มีวิตามินและแร่ธาตุเป็นองค์ประกอบด้วย แต่...องค์ประกอบหลัก ประมาณ 80% ของ “น้ำผึ้ง” ก็คือ “น้ำตาล” นั่นเอง ดังนั้นในแง่ของพลังงานที่ได้รับ หรือ ความอ้วนที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่แตกต่างกันระหว่างน้ำผึ้งกับน้ำเชื่อมทั่วๆไป รสของน้ำผึ้งจะมีความหวานมากกว่าน้ำตาลทั่วไปเนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสเป็นองค์ประกอบอยู่ค่อนข้างมาก ฟรุกโตสหวานกว่าน้ำตาลกลูโคสประมาณ 1.3 เท่า ดังนั้นถ้าอยากใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลต้องลดปริมาณการเติมลง เพราะมันหวานกว่าน้ำตาลทั่วไป และเป็นคำตอบว่าทำไมกินน้ำหวาน ที่เลี่ยงว่า...ใช้ฟรุกโตสที่สกัดจากธรรมชาติแทนน้ำตาล 100% ยังกลับอ้วนเฉยเลย *ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเรื่องของความหวานที่เป็นหวานเพชฌฆาต ภัยเงียบที่สร้างผลเสียกับสุขภาพคนไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ และต้องระวัง ที่ไม่ให้ความหวานซ่อนมีดมาทำร้ายเราได้นั่นเอง.





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

สาระ-ความรู้-คู่มือประชาชน5 อันดับล่าสุด

      วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ให้สะอาดและปลอดภัย 23/พ.ค./2560
      โรคคอตีบ โรคติดต่อตัวร้าย ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 15/ธ.ค./2559
      พ.ร.บ.รถยนต์ มีประโยชน์อย่างไร 7/พ.ย./2559
      ไข้เลือดออก 24/ส.ค./2559
      การกินเพื่อสุขภาพดี 20/ก.ค./2559